เมื่อเงาของความผิดพลาด บดบังแสงสว่างที่ งดงามที่สุด
ผลการวิจัยด้านจิตวิทยาความสัมพันธ์ระบุว่า สิ่งที่ทำลายความรู้สึกของมนุษย์ได้ลึกซึ้งที่สุด ไม่ใช่ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น
แต่คือการที่ฝ่ายที่ทำผิดละเลยที่จะมองเห็น "น้ำหนักของความเสียใจ" ในดวงตาของอีกฝ่าย
ฉันตระหนักรู้ในวันนี้ว่า ความพลั้งเผลอ ความไม่ใส่ใจ หรือถ้อยคำในวันนั้น ได้ทำหน้าที่เหมือนเมฆหมอกหนาทึบ
ที่เข้าไปบดบังความสดใสและทำร้ายความรู้สึกของเธอลงอย่างสิ้นเชิง และฉันไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ สำหรับสิ่งนั้นเลย
ในเชิงจิตวิทยาพฤติกรรม มนุษย์มักเคยชินกับความอบอุ่นที่ได้รับอยู่เป็นประจำ จนบางครั้งหลงลืมไปว่าแสงสว่างนั้นเปราะบางเพียงใด
เธอผู้เปรียบเสมือนดวง ตะวัน ที่คอยมอบพลัง มอบความเข้าใจ และส่องแสงนำทางให้ฉันเสมอมา
แต่ฉันกลับเป็นคนทำลายความรู้สึกอันงดงามนั้นลงด้วยความเห็นแก่ตัว ความรู้สึกผิดในใจในตอนนี้
คือหลักฐานว่าฉันรับรู้แล้วว่าการกระทำของฉันมันสร้างความหม่นหมองให้แก่ดวงตะวันดวงนี้มากแค่ไหน
สถิติของความรู้สึกยืนยันว่า คำขอโทษจะไร้ความหมายหากปราศจากความตั้งใจที่จะแก้ไขอดีต
ฉันรู้ดีว่าความรู้สึกที่เสียไปอาจไม่สามารถเรียกคืนมาได้ในทันทีด้วยถ้อยคำเพียงไม่กี่ประโยค
และการยอมรับความผิดทั้งหมดไว้ที่ตัวเอง คือสิ่งเดียวที่ฉันสามารถทำได้เพื่อแสดงความเคารพต่อหัวใจของเธอ
และเพื่อบอกให้รู้ว่า ความรู้สึกของเธอนั้นมีค่าต่อชีวิตของฉันมากที่สุด
Because a world without your warm smile is simply too dark and lonely.
And there is nothing I want more than to see you shine brightly again...
ฉันขอโทษจากส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจนะ ตะวัน
เปิดบันทึกคำสารภาพความรู้สึก